|
Slow boat to Pak OU
อาหารเช้าของผมในหลวงพระบางจะต้องเป็นมื้อที่โปรดปราน ของผม, โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อได้นั่งตรงที่มองออกไปเห็นแม่น้ำโขง,

เจนนี่และเอลลี่ จากประเทศแคนาดาได้ชิมเหล้าลาวที่ผลิตบนฝั่งแม่น้ำโขง
วันนี้ทุกอย่างเกือบสมบูรณ์แบบ กาแฟ, ขนมปังปิ้ง, บาเก๊ทสดใหม่ที่เสิร์ฟ พร้อมกับรอยยิ้มและอีก 2-3 ก้าวจากโชคดีเกสท์เฮาส์ก็จะถึงริมน้ำโขงเสียงแห่ง ยามเช้าตรู่, ทิวทัศน์ของแม่น้ำและบรรยากาศของพื้นที่ทั้งหมดทำให้เพลิดเพลิน อยู่ได้เป็นเวลาหลายชั่วโมงโดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่เหนื่อยอ่อน, อย่างพวกเรานี่แหล่ะ!
หลังจากการสำรวจจตุรัตเก่าแก่ของเมืองหลวงพระบาง 3 วันและการไปเที่ยวดาวฟ้า, ไนท์คลับขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ชานเมือง, เมื่อหลายคืนก่อนทำให้พวกเรา ต้องการพักการทำกิจกรรมทุกอย่างที่ใช้แรง! เพราะว่าดาวฟ้าเป็นแหล่งบันเทิง ซึ่งสนุกมากยามค่ำคืนที่น่าแนะนำต่อ (ดูนิตยสาร กู๊ดมอร์นิ่งลาวส์ฉบับ เดือนมิถุนายนสิครับ) ที่นั่นมีดิสโก้และวงดนตรีของท้องถิ่นที่เล่นได้ดีอย่างน่าประหลาดใจและเสียงดังมาก คนในท้องถิ่นที่ไปเที่ยวและพนักงานทุกคน เป็นกันเองมาก-แต่สิ่งที่สนุกที่สุดคือการเต้นครับ ดนตรีที่เล่นมีตั้งแต่ที่ทันสมัยที่สุด ไปจนถึงเพลงของท้องถิ่นและหมอลำซึ่งทุกคนจะยืนเป็นแถวเดียวเหมือนการเต้น แบบอเมริกันใช้มือเคลื่อนไหว ไปกับท่าเต้นแบบลาวผมว่ามันเป็นสิ่งน่าทึ่งนะ ทำให้พวกเราประทับใจ, เหมือนกับเบียร์ลาว ด้วยเหตุฉะนี้จึงต้องนั่ง รับประทานอาหารเช้าแบบเงียบๆ!! เมื่อดื่มกาแฟแก้วที่ 3 ผมถูกขัดจังหวะโดยคน เซ้าซี้ที่ไม่ได้เชิญ คุณชอบนั่งเรือเที่ยวไหมครับ? สนุกมากนะครับทั้งวันเลย ผมมีเรือดีๆ บริการให้คุณครับ !

ทุกคนขึ้นนั่งประจำ ที่ในเรือของนายเวียง
พวกเราวางแผนไว้ว่าจะออกไปเที่ยวนอกเมือง, สำรวจที่ต่างๆ โดยใช้รถจักรยานแต่ข้อเสนอนี้ทำให้เกิดความคิดใหม่-และพวกเราก็ไม่ต้อง ได้ออกแรงทำอะไรเลย! อาจเป็นคราวหน้าแล้วกัน, ขอบคุณมาก
ครับ คุณเพียงแต่ถามหานายเวียงเรือหมายเลข 3 นะครับ หลังจากสั่งกาแฟมาจนพอ และหัวสมองเริ่มทำงานดีขึ้นแล้วพวกเราก็ยิ่งเกิดความคิดดีๆ พากันออกมาจาก ร้านอาหารริมน้ำมองหานายเวียงซึ่งไม่จำเป็นต้องทำเช่นนั้นเพราะเขายืนยิ้มอยู่ที่บนถนน ห่างจากพวกเราไป 50 เมตร!
ผมชอบการต่อราคาในตะวันออกมันสนุกมาก,โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อเริ่มต้นที่ ราคาถูกและนี่ก็เช่นกันหลังจากหลายนาทีที่ถูกเสนอด้วยราคาสูง ผ่านไปฝ่ายหนึ่ง ยิ้มฝ่ายหนึ่งร้อง โอผมเสียเงินไปเยอะเลย! และแล้วก็ตกลงกัน ที่คนละ 5 ดอลล่าร์-จับมือกันยิ้มให้กัน! พวกเรามีผู้หญิงชาวคาเนเดียน พร้อมลูกสาวสวย 2 คนของหล่อนมาสมทบดังนั้นค่าบริการทั้งหมดรวมเป็น 25 ดอลล่าร์ ทุกคนพอใจ เรือของนายเวียงมีขนาดเล็กกว่าเรือหางยาวที่แล่นเป็นประจำ ในแม่น้ำโขง มันน่าจะได้รับการทาสีได้แล้วแต่ก็แข็งแรงแน่นหนาพอมีหางเสือ อยู่ท้ายมีพวงมาลัย อยู่หน้าและมีที่นั่งอยู่ตรงกลางไม่มีสิ่งประดับตกแต่งใดๆ ยกเว้นเบาะ 2-3 ใบเอาไว้รองนั่ง บนที่นั่งซึ่งเป็นไม้กระดานแข็งๆ พวกเรานั่งกัน สะดวกสบาย เพราะมีที่ว่างมากมาย แล้วพวกเราก็แล่นทวนกระแสน้ำ ขึ้นไปทิวทัศน์ต่างกันทันทีความที่เป็นเดือน พฤศจิกายนน้ำโขงลดระดับลง หลังจากที่มีน้ำมากมายตอนที่เกิดมรสุมชาวบ้าน กำลังเริ่มปลูกพืชที่ใช้เป็นอาหาร บนที่โล่งริมฝั่งน้ำซึ่งมีแต่โคลนทุกหนแห่ง มีผักปลูกไว้เรียงเป็นแถว สวยงามล้อมด้วยรั้วไม้ไผ่ทุกคนในครอบครัวช่วยกัน ทำงานพวกเด็กๆ ยิ้มและโบกมือให้พร้อมกับกล่าวคำที่พวกเราคุ้นเคยว่า สบายดี! ทุกสิ่งดังกล่าวมาและพระอาทิตย์ ช่วยเผาหมอกที่อยู่เหนือภูเขาภาพที่มองเห็น สวยงามมาก

การทอผ้าในผ้ามหาสมบัติ!
ถ้ำมหาสมบัติ
พวกเราลงเรือเที่ยวที่บ้านเชียงเล็ก,หมู่บ้านซึ่งอยู่บนฝั่งด้านตะวันออก ห่างจากเมือง เพียง 2-3 กิโลเมตรเป็นศูนย์กลางการผลิตผ้าของท้องถิ่น พวกเราวางแผนไว้ว่าจะใช้เวลาครึ่งชั่วโมงที่นี่หลังจากนี้พวกเราจะไปชมผ้าไหม และผ้าฝ้ายสวยๆ ดูสาวน้อยนั่งทอผ้าซึ่งผลที่สุดออกมาเป็นผ้าซิ่นไหม ที่ผู้หญิงลาวส่วนใหญ่ สวมใส่กัน มีครอบครัวหนึ่งกำลังทอผ้าประดับผนังผืนใหญ่สีดำ-แดงและแซมด้วยด้ายสีทอง ผลิตผลที่ทำสำเร็จแล้วถูกแขวนไว้รอบๆ ร้านและสวนดูหลากสีสรรทำให้ตะลึง ราวกับเป็นถ้ำมหาสมบัติ ได้เวลาซื้อแล้ว!
ครอบครัวที่ทำกิจการนี้คุ้นเคยกับการต้อนรับนักท่องเที่ยวที่มากับเรือและอากาศ ที่ร้อนซึ่งมีผลต่อพวกเขาจึงได้สร้างร้านอาหารเล็กๆ ด้วยหวายในสวน หลังจากที่พวกเราจับจ่ายกันมากพอและมันเกือบจะ 10 โมงเช้าแล้ว พวกเรารู้สึกร้อนมากและต้องการเครื่องดื่ม (ข้อเตือนใจนำมาฝากข้อที่ 1: ควรพกน้ำดื่มไป ด้วยถ้าคุณเดินทางด้วยเรือ!) ครอบครัวนี้ได้แช่น้ำดื่มในน้ำแข็งไว้ หลายขวด และพวกเรา ก็นั่งลงคุยกันกับพวกเขาๆ สนใจอยากรู้ว่าพวกเรา เป็นใครมาจากที่ไหนส่วนพวกเรา ก็ได้มาเห็นการผลิตผ้าที่ซับซ้อนและสวยงาม โดยใช้วัสดุและเครื่องใช้ไม้สอยทีแสนจะธรรมดา โชคดีที่พวกเราทุกคนพูด และเข้าใจภาษาไทยเพียงพอเมื่อเวลาผ่านพ้นไป พวกเราพากันกลับไปที่เรือ น่าตลกที่นายเวียงคิดว่าพวกเราหลงทาง! เมื่อเรือแล่นไปพวกเราผ่าน พื้นที่เขาหินปูนขนาดใหญ่ดูแข็งแกร่งพวกเราผ่อนคลาย เมื่อมองดูทุกสิ่งรอบตัว จากในเรือออกไป ทันใดก็มีเรือลำใหญ่กว่าและแล่นเร็ว กว่าผ่านมามีอาหาร แบบบุฟเฟ่ท์, บาร์และมัคคุเทศถือไมโครโฟนบรรทุกนักท่องเที่ยว ชาวเยอรมัน 100 คนหรือมากกว่านั้นมุ่งหน้าไปยังถ้ำติ่ง มัคคุเทศของลาวกับไทยเหมือนกันตรงที่ ชอบใช้อุปกรณ์ที่ขยายเสียงยิ่งดังยิ่งดี จุดหมายต่อไปคือหมู่บ้าน ริมฝั่งน้ำ บ้านเชียงไหซึ่งพวกเราวางแผนไว้ก่อนว่าจะมาปั่นจักรยาน พวกเรารู้ว่า ที่นี่เขาผลิตเครื่องดื่ม! ผลิตภัณฑ์ที่มีชื่อเสียงคือไวน์ที่ทำจากข้าวและเครื่องดื่มอื่นๆ บรรจุขวด

หัตถกรรมซึ่งทำขึ้นโดยแม่หญิงลาว
เขาหินปูนโดยฝีมือธรรมชาติและเหล้าขาวของลาว-ซึ่งทำขึ้นที่นี่
บ้านเชียงไหอยู่สูงเหนือแม่น้ำโขงฝั่งตะวันออกมองลงไปจะเห็น หาดทรายยาว ไปและเรือหาปลามากมายเมื่อพวกเราขึ้นฝั่งพวกเรา ก็พร้อมที่จะ ลองชิมเครื่องดื่มตัวอย่างที่ผู้ผลิตเสนอให้! พวกเราพบกับหญิงสาว ซึ่งยืนยิ้มอยู่ข้างๆ โต๊ะตัวใหญ่มากแต่ก็ไม่วาย ส่งเสียงดังเอี๊ยดอ๊าดเนื่องจาก ของตัวอย่างเต็มโต๊ะ และดูเหมือนว่าจะเป็นการไม่สุภาพ ถ้าปฏิเสธการเชื้อเชิญ!! น้ำสีแดงหวานๆ มีรสชาติไปทางผลไม้และเข้มข้นมากๆ มีฉลากเขียนว่า มาตรฐานอัลกอฮอลลาว 50 % ส่วนแก้วอื่นๆมีน้ำใสๆ คล้ายน้ำดื่มแต่รสชาติ เหมือนน้ำมันรถ นี่แหล่ะคือ ไวน์ (เหล้าลาว) ที่ทำให้หมู่บ้านนี้มีชื่อเลื่องลือ เครื่องดื่มทั้งสองชนิดต่างกันมาก จึงเป็นการยากที่จะเปรียบเทียบกันด้วยปริมาณอันน้อยนิด ผมจึงซื้ออย่างละ หนึ่งขวดจากนั้นก็ไปเที่ยวรอบๆ หมู่บ้านบ้านเชียงไห กว้างใหญ่มากพวกเรา ใช้เวลาให้หมดไปโดยการพูดกับชาวบ้าน ผมจินตนาการเอาว่า ถ้าบังเอิญ เรือหลายลำ พานักท่องเที่ยวกลุ่มใหญ่มาลงที่นี่มันคงจะแออัดไปด้วยคนแต่-พวกเราโชคดี! บาร์ชั้นดีที่มองเห็นทิวทัศน์ของแม่น้ำช่วยให้พวกเราได้ใช้เวลาอีก 1 ชั่วโมงที่นั่นจนนายเวียงเดินยิ้มมาท่าทางกระตือรือร้นที่จะไปต่อยังจุดหมายสุดท้าย และอาหารกลางวัน! พวกเรารวบรวมของที่ซื้อและเดินกลับไปที่เรือเคล้าด้วย เสียงขวดกระทบกัน!
ถ้ำปากอู
บ้านเชียงไหมีป่าปกคลุมชายฝั่งเต็มไปหมด มีเถาวัลย์หนาห้อย ลงมาจากต้นไม้และมีตอไม้เก่าๆ โผล่เหนือน้ำขึ้นมา ใกล้ๆ หมู่บ้านแห่งหนึ่งพวกเขา จัดชิงช้าไว้มากมายให้เด็กเล่น เด็กๆ ห้อยโหนและหย่อนตัวลงในแม่น้ำ ปีนขึ้นแล้วโดดลงสลับกันไปอย่างนั้น พร้อมเสียงหัวเราะแสดงความสนุกสนาน หินปูนที่ตั้งอยู่มองดูเป็นหยักๆ ไม่เรียบเหมือนฟันปลา, พระอาทิตย์ก็เพิ่ม ความร้อนขึ้นเรื่อยๆ พวกเรามองเห็นรอยแตกบนผนังของหินปูนฝั่งซ้าย แล้วก็ตระหนักว่าพวกเรามาถึงถ้ำปากอูแล้ว ดูมาจากแต่ไกลถ้ำดูสวยงาม ทางเข้าถ้ำอยู่เหนือระดับน้ำ บันไดเป็นหินตามธรรมชาติ คดเคี้ยวมุ่งไปยังถ้ำติ่ง, สูงขึ้นไป 50 ฟุต ที่นี่เราไม่ได้โชคดีเหมือนที่บ้านเชียงไห คนมาเที่ยว มากมายจนแออัด พวกเราไปถึงบันไดปีนขึ้นบนถ้ำด้วยการก้าวข้าม เรือลำหนึ่งไปยังเรืออีกลำหนึ่งซึ่งผูกติดกัน ถ้ำที่นี่ก็เหมือนถ้ำที่เมืองไทยเต็มไปด้วย พระพุทธรูป ถ้ำนี้เคยเป็นที่แสวงบุญเมื่อ 500 ปีมาแล้ว จากตรงนี้มองเห็น แม่น้ำโขงและภูเขาด้วย แต่พวกเรามีเวลาน้อยและหิวมากจึงย้อนกลับออกมา ข้ามแม่น้ำ ไปยังร้านอาหารที่ตั้งอยู่บนเสาเพื่อรับประทานอาหารกลางวัน เป็นความคิดของนายเวียงอีกแล้ว ซึ่งดีมาก!!
แม่น้ำที่นี่กว้างใหญ่แต่ไหลช้าและไม่มีเสียง จากร้านอาหารที่พวกเรานั่ง ยังคงมองเห็นถ้ำปากอู เมื่อเรือแล่นผ่าน เราจึงเห็นชัดว่าถ้ำนั้นมีขนาดใหญ่มาก เมื่อเปรียบเทียบแล้ว เรือที่แล่นผ่านเหมือนของเล่นนั่นเอง หน้าผาซึ่งทำหน้าที่เหมือน เครื่องขยายเสียง-แม้แต่เสียงที่เบาที่สุดยังสะท้อนกลับข้ามน้ำมา-และเสียงจากฝั่งไกลๆ เป็นหลายร้อยเมตรยังได้ยินกันชัดมาก อาหารกลางวัน อร่อยมากและปริมาณเยอะ! พวกเราอยากใช้เวลาอยู่ตรงนี้นานๆ

ภายในถ้ำปากอูที่มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง
แต่เวลามันบีบพวกเราและนายเวียงต้องการกลับหลวงพระบางก่อนค่ำ! การเดินทาง ตามกระแสน้ำเร็วกว่าการทวนกระแสน้ำ พวกเราไม่หยุดที่ไหนอีกเลย ทิวทัศน์ สวยงามยิ่งขึ้น เมื่ออาทิตย์กำลังจะตก ทำให้มีหลากหลายสีสันบนพื้นน้ำ ทุกหมู่บ้านเลือกเวลาซักผ้าและอาบน้ำในแม่น้ำเนื่องจากอากาศเย็นลงแล้ว พวกเด็กๆ โบกมือแล้วกล่าวว่า สบายดี
เรือแล่นเร็วมากแล้วเราก็ผ่านปากแม่น้ำคาน นายเวียงผู้เชี่ยวชาญ วกเรือกลับย้อนกระแสน้ำอีกครั้งและพวกเราก็อยู่บนทางเดิม-แต่ช้ากว่า ที่วางแผนไว้ทั้งๆที่เหนื่อย แต่มีความสุข เที่ยวมากกว่า 9 ชั่วโมง คนละ 5 ดอลล่าร์นะครับ!! ผมจ่ายพิเศษให้นายเวียงอีกเนื่องจากบริการเยี่ยมมาก! พวกเราพากันไปนั่งที่ร้านอาหารริมน้ำที่โปรดปรานอีกครั้ง มองดูพระอาทิตย์ ซึ่งอยู่ตรงกลางภูเขา 2 ลูกพอดี แล้วค่อยๆ หายไปพร้อมกับแสงทองอร่าม และแล้วยามเย็นที่สงบเงียบของพวกเราก็ถูกรบกวนโดยผู้บุกรุกที่เดินยิ้มเข้ามา: สวัสดีครับคุณ, คุณจะไปที่ไหนพรุ่งนี้? คุณต้องการเดินทางโดยเรือ.....?

|