Number of Visitors


September 2006
Volume 2 No.9


September 2006
Volume 11 No.9

 


August 2006
Volume 2 No.8

 

Main Features

Read this page in English click here

มาติน แบรดลี่

ปั่นจักรยานเที่ยวไปตามหมู่บ้านในหุบเขา ริมน้ำโขง
ภาพโดย: เดวิด แชนเลอร์

หนึ่งในสิ่งแรกที่คุณค้นพบเกี่ยวกับหลวงพระบางคือ มันเป็น เมืองที่เล็กมาก

ตั้งอยู่บนแหลมซึ่งเกิดขึ้นตามธรรมชาติ แหลมนี้อยู่ระหว่างแม่น้ำโขง และแม่น้ำคาน เมื่อเร็วๆนี้มีการขยายเมืองไปทางทิศใต้ ถ้าคุณมาถึงเมืองนี้ทาง เครื่องบิน คุณจะเห็นชัดว่าอาคารไหนสร้างเสร็จไปก่อนแล้ว อาคารไหนเพิ่ง สร้างเสร็จใหม่ๆ ระหว่างเขตชุมชนและภูเขา ขณะนี้พื้นที่มีจำกัดมากเนื่องจาก ความที่ใกล้ภูเขา ถ้าคุณไม่ได้เป็นนักท่องเที่ยวอิสระซึ่งเดินทางมาโดยรถยนต์แล้วละก็  โอกาสที่คุณจะได้ท่องเที่ยวนานเท่าใดขึ้นอยู่กับเวลาบินและกำหนดการท่องเที่ยว โดยเฉลี่ยแล้วนักท่องเที่ยวพักอยู่ในหลวงพระบางเพียง 3-4 วัน จากนั้นพวกเขา ก็เดินทางไปกัมพูชาหรือเวียตนามต่อ ดังนั้นคุณจะทำอะไรให้คุ้มค่าที่สุด ในเวลาอันจำกัดของคุณ? นั่งเรือไปเที่ยวปากอู่ซิครับ คุณต้องไม่พลาด ขอบอก ผมใคร่แนะนำคุณให้ปั่นจักรยานไปเที่ยวดูชีวิตในชนบทด้วยการเช่าจักรยาน

ในหลวงพระบางเป็นเรื่องแสนง่าย มีให้เช่ามากมายในร้านที่ทำธุรกิจ ท่องเที่ยวและร้านบนถนนใหญ่ หรือแม้แต่บาร์ริมน้ำยังมีจักรยานให้เช่า 5-6 คัน คุณไม่ต้องต่อรองราคาเลย เพราะมันถูกมาก ราคาเหมือนกันทุกแห่งคือ 1 ดอลล่าร์ต่อวัน นี่เป็นหนึ่งในสิ่งที่คุ้มค่าเงินมากที่สุดของหลวงพระบาง จักรยานมี 2 แบบให้เลือก แบบปีนเขาและมีเกียร์ กับแบบดั้งเดิมของลาวแต่ไม่มีเกียร์ แม้ว่าผมควรจะเลือกแบบปีนเขาและมีเกียร์เพื่อจะได้ดูว่าเป็นคนแข็งแรงสุขภาพดี แต่ผมกลับเลือกแบบดั้งเดิมของลาวแต่ไม่มีเกียร์ด้วยเหตุผลที่สำคัญคือ มันมีตระกร้าหน้าทุกคัน! นี่เป็นสิ่งจำเป็นเพราะผมมีสิ่งที่ต้องพกติดตัวตลอดขาดไม่ได้: กล้องถ่ายรูปและเลนส์, ขวดน้ำดื่ม, อุปกรณ์สำหรับใช้ถ่ายรูปเป็นต้น ผมเกลียดการปั่นจักรยานโดยมีกระเป๋าอยู่บนหลังตนเอง ผมได้เช่าจักรยาน จากหลายๆแห่ง แต่ผมจะไม่บอกว่าที่ไหนดีหรือไม่ดีกว่าของที่ไหน ทุกแห่งจะถามหา หมายเลขพาสปอร์ทของคุณ (คุณไม่ต้องทิ้งพาสปอร์ทของคุณ ไว้ที่พวกเขา) กับเลขที่สถานที่ที่คุณพักอยู่เท่านั้นเอง ไม่ต้องวางมัดจำไม่ต้องกรอก เอกสารใดๆ สิ่งที่ต้องระวังคือยางรถจะรั่ว การย้อนกลับมาหาร้านซ่อมในเมือง ด้วยระยะทาง 6 กิโลเมตรมันไกลโขอยู่นะครับ! คนลาวใจดี ครั้งหนึ่งยางรถจักรยาน ผมรั่วผมเดินผ่านคนแรกที่บ้านหลังแรกเขาช่วยปะยางให้โดยไม่คิดค่าตอบแทน! ในเดือนกุมภาพันธ์ ผมตัดสินใจนำภาพถ่ายไปให้กับครอบครัวที่ผมไปเยี่ยม เมื่อเที่ยวก่อนและให้แม่โขง 1 ขวดแก่ชายชาวลาวที่ช่วยปะยางให้เราสองคน (ที่ปั่นจักรยานมาด้วยกัน) เช่ารถ จ่ายเงินแล้วปั่นจักรยานออกไปยังสะพานไม้เก่าๆ เมื่อสุดสะพานก็เลี้ยวซ้ายแรก ที่ชื่อถนนยาวมากจนผมอ่านไม่ได้ แล้วเราก็ ตรงไปเรื่อยๆ ที่สะพานไม้เป็นที่ที่เชิญชวนให้ผมถ่ายรูปจึงสมควร จอดจักรยานไว้ที่ข้างถนนแล้วเดินขึ้นสะพานไป ทิวทัศน์ริมแม่น้ำคานเป็นหนึ่งในภาพที่สวยงามที่สุดของหลวงพระบาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตอนเช้าเมื่อแสงสีทองสะท้อนบนวัด ท่ามกลางหมอกยามเช้า เมื่อก่อนรถผ่านบนสะพานได้ แต่เดี๋ยวนี้ต้องเป็นรถที่มีสองล้อเท่านั้น อย่าวางแผนที่จะหยุดกลางสะพานนะครับ! ทันทีที่คุณเลี้ยวซ้ายขึ้นไปบน ถนนที่มีแต่ฝุ่นที่ขนานไปกับแม่น้ำ โลกทั้งโลกเปลี่ยนไปทันทีที่เสียงรถจางหายไป พืชผักมีให้เห็นใกล้ถนน เห็นบ้านไม่หลายหลัง เหล่านี้รวมกันเป็นหมู่บ้าน-และความเงียบสงบ การเดินทางเที่ยวนี้เด็กๆกำลังเรียนอยู่ในโรงเรียนมันจึงเงียบมากจนผมได้ยินเสียง พระสวดมนต์จากทั้งวัดพันหลวงและวัดฝนสาด ถนนเส้นนี้มีวัดอยู่มากมาย เรียงรายไปจนถึงหมู่บ้านริมน้ำ แต่ละหมู่บ้านจะมีวัด 1 แห่งเป็นอย่างน้อย (บางที่ชื่อก็เหมือนกัน) วัดที่ผุพังซ่อนอยู่ท่ามกลางหมู่ไม้ก็มี แต่ต้องคนที่สายตาดี ถึงจะมองเห็น เราหยุดกันที่วัดฝนสาด แล้วเดินขึ้นไปที่วัดเพื่อชมทิวทัศน์น้ำคาน มีทางเดินที่เป็นฝุ่นลงไปยังแม่น้ำ มีเรือเล็กกำลังนำพระ 6 รูป มาส่ง 10 นาทีต่อมา หลังจากที่พระพากันเดินขึ้นวัดทั้งที่หายใจเหนื่อยหอบท่านยังคงหยุดเพื่อคุยกัน อีกครึ่งชั่วโมงแห่งการมาเที่ยวหมดไปอย่างรวดเร็ว แต่เรามีความเพลิดเพลินใจ ที่เราวางแผนไว้จะหยุดเป็นที่แรก คือบ้านเชียงของ ระยะทาง 2 กิโลเมตรขึ้นไปตามทางจักรยานเป็นศูนย์กลาง การทอผ้าไหมลาว มีทั้งห้องแสดงสินค้าและห้องทำงานทอ-และให้เตรียมตัว อุดหนุนเด็กๆที่ขายงานหัตกรรมในครัวเรือนคือกำไลข้อมือชิ้นละ 20 เซนท์! ที่สุดซอยเล็กๆ ที่ยาวมาจากด้านตรงข้ามวัดเชียงของแล้วลาดลงไปยังแม่น้ำโขง

สม สมัย ทำธุรกิจทอผ้าอยู่เหนือบันไดที่ทอดยาวลงไปยังแม่น้ำ ถ้าคุณเดินทางมาที่นี่โดยเรือ (เรือที่พาผู้โดยสารไปถ้ำปากอู่จะหยุดที่นี่) คุณต้องปีนขึ้นบันไดอันนี้แหละ ช่วงที่ผมมาเที่ยวเมื่อครั้งก่อนผมได้ถ่ายรูป ครอบครัวของสม สมัย ไว้และต้องการให้รูปเหล่านั้นแก่หล่อนบ้าง และผมต้องการ ซื้อผ้าพันคอไหมหลากสีที่ผมเคยซื้อไปแล้วเมื่อคราวก่อนด้วย ไหมที่นี่จะทอ ด้วยมือโดยมีหูกเป็นเครื่องช่วยจำนวนของผ้าพันคอจะบ่งบอกจำนวน ของวันที่ทำ หลังจากการต้อนรับที่อบอุ่นจากชาวลาว เราใช้เวลาครึ่งชั่วโมงถัดไปชมผ้าไหม แสนสวยพร้อมกับถ่ายรูปหูกทอผ้าซึ่งคนกำลังใช้งานอยู่ พวกเขาเริ่มต้นใส่เส้นไหม เข้าไปที่เครื่องมือได้อย่างไร ยังคงเป็นเรื่องลึกลับและน่าทึ่ง!!
สม สมัย ตื่นเต้นดีใจกับรูปถ่ายที่ผมให้, โดยเฉพาะรูปที่ถ่ายกับลูกสาวที่ ยังเยาว์ของหล่อน (ผู้ซึ่งซ่อนตัวอยู่หลังผ้าไหมด้วยความเขินอาย) แล้วหล่อนก็ให้ของ กำนัลน้อยๆตอบแทนมาเป็นหนังสือและภาพวาดวิวของท้องถิ่น เวลาผ่านไป, มีรถบรรทุกให้เราต้องขนของขึ้น มันมาจากเชียงของและจะไปตลาดกลางคืน ของหลวงพระบางที่เลื่องชื่อทุกเย็น-วันนี้ก็เหมือนเดิมเราจึงกล่าวลา แล้วขึ้นรถคันดังกล่าว ในการเดินทางขึ้นเหนือวัดที่ปรักหักพังที่อยู่ทางขวามือ บนยอดเขามีต้นไม้ไผ่ขึ้นอยู่เต็มทางซ้ายมือ มีแม่น้ำไหลผ่านต้นไม้ สองฟากสองสิ่งนี้ช่วยเตือน ให้เรารู้สึกว่ากำลังอยู่ในโลกของความเป็นจริง ขณะนี้เป็นเวลาเลิกเรียนแล้ว บรรยากาศไม่เงียบอีกต่อไปแล้ว เราพบเด็กๆ ที่เป็นกลุ่มทุกมุมทุกร้านเล็กๆ เราได้ยินเสียงทักทายว่า “เฮลโล่”, “สบายดี!” หรือ
“ฮาว อาร์ ยู?” จากทุกทิศทางทำให้การเดินทางของเราช้าลง เราตัดสินใจ หยุดที่ร้านเล็กๆเพื่อซื้อน้ำดื่มและเบียร์ เด็กๆแวะเข้ามาคุย ผมไม่พลาดที่จะถ่ายภาพ รอยยิ้มเหล่านั้นไว้ การมีกล้องดิจิตอลมันดีด้วยประการฉะนี้:
1.          คุณสามารถถ่ายภาพได้อย่างมีความสุข ภาพไหนไม่ดีสามารถลบทิ้งได้ ในเวลาต่อมา (ในกรณีของผมภาพไม่ดีแทบจะทั้งหมด)
2.          คุณสามารถโชว์ภาพที่ถ่ายให้ผู้อื่นดูได้ทันที ซึ่งเด็กๆชอบมาก  เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วในขณะที่เรากำลังมีความสุข-และแล้วอีกครึ่งชั่วโมงก็ผ่านไป! และแล้วเราก็ได้ภาพที่ดีที่สุดของวันนั้น ซึ่งผมจะต้องพิมพ์มันและนำมาให้ แก่ครอบครัวเหล่านี้ในการมาเที่ยวครั้งต่อไป
ที่หมายสุดท้ายที่เราไปคือบ้านขนหิน ซึ่งเป็นหมู่บ้านสุดท้ายของ ถนนเส้นนี้ ผมเคยมาหยุดที่นี่เมื่อปีกว่าๆ มาแล้วตรงร้านที่อยู่มุมในศูนย์กลาง ของหมู่บ้าน  ทั้งร้อนร้อนและเหนื่อย พวกเราต้องการน้ำและเบียร์! ผมจำได้ว่าเรา เคยถ่ายภาพบ้านที่ทำด้วยไม้ไผ่ซึ่งมีจานดาวเทียมขนาดใหญ่มากอยู่นอกบ้าน เมื่อเด็กๆกำลังกลับมาถึงผมจำได้อย่างดีว่า มีเด็กหญิงหน้าตาน่ารักถามชื่อผม-เป็นภาษาอังกฤษ! ชื่อของหล่อนคือตุ๊กตา และหล่อนอธิบายว่ากำลังเรียน ภาษาอังกฤษที่โรงเรียน และหล่อนสนุกกับการเรียนมาก หล่อนพูดภาษาอังกฤษ ได้ดีจริงๆ และดูภูมิใจที่หล่อนสามารถสนทนากับเราได้ แล้วเราก็คุยกันต่อไป จนในไม่ช้าทุกคนในครอบครัวของหล่อนก็พากันข้ามถนนมาที่เรา!
เรามาถึงที่บ้านขนหินและได้รับการต้อนรับอย่างดีจากทุกคน มันเป็นหมู่บ้านที่ทอผ้าไหมอีกแห่งหนึ่ง ครอบครัวหนึ่งมีหูกทอผ้าหลายเครื่อง แม่ของตุ๊กตาและพี่สาวของหล่อนกำลังทอผ้าอยู่ เมื่อแสงกำลังดีเราได้ถ่ายภาพ ทุกคนที่กำลังนั่งทอผ้าไว้ มีคนเอาน้ำมาให้เราดื่มแล้วเราก็ซื้อผลิตภัณฑ์ที่ทำ จากไม้ไผ่และผ้าไหมสำหรับแขวนบนผนัง เป็นเทคนิคการทอที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อน มีหลายสีสันสมควรแก่การซื้อกลับไปบ้าน  ตุ๊กตายังไม่กลับมาจากโรงเรียนดังนั้นเรา จึงทิ้งเงินเล็กน้อยไว้ซื้ออุปกรณ์การเรียน เรากล่าวอำลาแล้วก็ขึ้นรถกลับ หลวงพระบาง
จากถนนฝุ่นเข้าสู่ถนนลาดยางระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตรจากหมู่บ้านมา การเดินทางกลับสู่หลวงพระบางจากจุดนี้มี 2 ทางเลือก:

 

กลับไปทางเดิม หรือไปต่อตามถนนใหญ่แล้วเลี้ยวขวาเพื่อที่จะตรงเข้าไปในเมือง ถนนใหญ่จะเร็วกว่าและผิวถนนดีกว่า แต่มันไม่น่าสนใจ ในโอกาสนี้เราเลือก ที่จะกลับทางเดิมแล้วเราได้หยุดที่วัดเก่าแก่ที่ผุพังใกล้กับบ้านเชียงของเพื่อถ่ายรูป เราดีใจที่ได้หยุดตรงนี้เพราะว่าเราได้เห็นเจดีย์ที่ทำด้วยอิฐซ่อนอยู่ที่ กลางต้นไม้และเถาวัลย์ ,งานก่ออิฐที่หยาบๆ และพระพุทธรูปที่ถูกลืมไปแล้ว 20 นาทีต่อมาเราได้กลับมาข้ามสะพานไม้ที่เดิมและได้แวะรับประทานอาหารที่ริมน้ำคาน บนถนนภูสี มักจะเป็นที่สุดท้ายของผมก่อนที่จะคืนจักรยาน อาหารอร่อยมาก สถานที่เยี่ยม ผมได้พักผ่อนและพักขาที่เมื่อยล้า-ในกรณีของผม ผมไม่ใช่ นักท่องเที่ยวที่หนุ่มน้อยไฟแรง!.

 


Complete Information Tecnology

Classic WW2 fighters in metal bas-relief.

 

Good Morning Lanna Publishing Company Limited.
Unit 119, 2nd Floor, Airport Business Park, 90 Mahidol Rd, A.Muang, Chiangmai 50100
Tel 053 203435 E-mail:gmorning@loxinfo.co.th
Copyright ฉ 2002, Good Morning Lanna Publishing All Rights Reserved : Developed by