Number of Visitors


September 2006
Volume 2 No.9


September 2006
Volume 11 No.9

 


August 2006
Volume 2 No.8

 

Main Features

Read this page in English click here

แซมมูเอล เบอริส

ไปหลวงพระบางทางน้ำ


คุณจะเลือกเดินทางด้วยเครื่องบินที่เร็วและสะดวกสบาย หรือเรือที่เชื่องช้าและไร้ความสะดวก ถ้าคุณมีเวลาว่างถึง 3 สัปดาห์

ลาว....ช่างเป็นประเทศที่มหัศจรรย์ จนเหลือเชื่อ!แต่มันกำลังเปลี่ยนแปลงอย่าง รวดเร็วมากนักท่องเที่ยวพากันหลั่งไหลเข้าไป อย่างน้อยผมก็เป็นกลุ่มที่หนึ่งหรือสองซึ่งมีโอกาส ได้เห็นและเพลิดเพลินไปกับประเทศที่สวยงามแห่งนี้, ผู้คนและวัฒนธรรมก่อนที่จะมีการเปลี่ยนแปลงมากขึ้น
การเดินทางครั้งนี้ผมล่องไปตามแม่น้ำโขงทาง ทิศตะวันออกเฉียงใต้จากเมืองเชียงของทางเหนือของ ประเทศไทยไปยังเมืองหลวงพระบาง, มรดกโลกซึ่งอยู่ ภายใต้การดูแลของยูเนสโก้ มีคนไม่มากที่เดินทาง ไปลาวทางน้ำแม่โขงแม้ว่าจะเป็นช่วงฤดูท่องเที่ยว


โดยเฉลี่ย 30-40 คนต่อวันส่วนใหญ่จะเป็นนักผจญภัยวัยรุ่นจากยุโรป เรือที่ผมนั่งมีผู้โดยสารรวม 35 คนมีชาวไอริช,ฝรั่งเศส,อังกฤษ,อิสราเอล, อัฟริกันใต้,คาเนเดียน,ดัทช,สวิดิชและชาวอเมริกัน 3 หรือ 4 คน
อาจเป็นพวกเรา 3 คนที่อายุเกิน 26 ปี? มีชาวลาวด้วยผู้โดยสาร ขึ้นลงตลอดเพราะเป็นเรือ โดยสารประจำทาง! สำหรับการล่องเรือ 2 วันค่าโดยสาร 12 ดอลล่าร์เรือของเรา ก็เหมือนเรือลำอื่นๆ สร้างขึ้นจากไม้ยาวๆ น้ำหนักมากยาว 130 ฟุตกว้าง 10 ฟุต, ท้องและหลังคาแบนมองดูเหมือนภาพวาดเรือของโนอาห์ มีช่องว่าง 15 นิ้วจากหลังคาลงมาราวๆ หนึ่งในสามของความสูงของเรือ และมีช่องเปิดสูง 4 ฟุตกว้าง 6 ฟุตสำหรับรับสินค้าขึ้นและส่งสินค้าลง ถ้าต้องการจะมองดูข้างนอกต้องยืนแบบค้อมๆ ตัวแล้วยื่นหน้าออกไปรับอากาศ บริสุทธิ์กัปตันเรือพยายามเบนหัวเรือให้พ้นโขดหิน,
บริเวณน้ำเชี่ยวและบริเวณน้ำตื้นเขาส่งสัญญาณให้ นายท้ายเครื่องยนต์ ของเรืออยู่ตรงที่วางสินค้าไม่มีอะไรปกปิดพวกเราจึงต้องทนกับกลิ่นน้ำมัน และเสียงของเครื่องยนต์เป็น เวลา 2 วัน ผมโชคดีที่นั่งด้านหน้า, ห่างจากกลิ่นและเสียงนั้น ส้วมเป็นรูป สี่เหลี่ยมผืนผ้ากว้าง 1 ฟุตอยู่ทางด้านหลัง ของเรือการจะไปส้วมทีก็ต้องก้าวผ่านผู้โดยสารที่แน่นขนัดอย่างระวังและเดินผ่าน เครื่องยนต์ดีเซลที่เหม็นและส่งเสียงดัง การขึ้นบนเรือพวกเราค่อยๆก้าวเดิน ตามไม้ยาวแคบๆก้มศรีษะลงเมื่อถึงทางเข้าใน ตัวเรือไม่มีที่นั่งใดๆทั้งสิ้นคุณต้อง นำเบาะนั่งและน้ำดื่มมาเองใครที่ต้องการความสะดวกสบาย,อย่าเดินทางโดยวิธีนี้ แต่ถ้าคุณต้องการเพื่อนดีๆ,การผจญภัย,ความสวยงามของธรรมชาติที่แปลกๆและ ประสบการณ์ใหม่ๆนี่แหล่ะคือวิธีการเดินทางสำหรับคุณ! การเดินทางของพวกเรา ที่กล่าวไว้ว่า “เรือที่ล่องไปช้าๆ”
ตามลำน้ำแม่โขงที่จริงแล้วเครื่องยนต์แรงดีกระแสน้ำก็ช่วย ส่งพวกเราจึงล่องไปด้วยความเร็วเพียงแต่ว่าระยะทางมันไกล-มากกว่า 150 ไมล์ มีเรือเร็วที่ทำเวลาได้ภายใน 6 ชั่วโมงเรือเหล่านี้บรรทุกได้ 4-6 คน เปิดโล่งผู้โดยสาร ต้องใส่เสื้อชูชีพและหมวกกันกระแทก ขนาดของเรือยาว 12 ฟุตมีเครื่องยนต์ ขนาดใหญ่และเสียงดังขนาดคุณอยู่ไกลออกไปครึ่งกิโลเมตรก็ยังได้ยิน มีคนบอกผมว่าทุกคนเมื่อลงเรือไปแล้วหูจะอื้อระยะหนึ่งแต่หลายคนชอบการเดิน ทางแบบ “ผจญภัย” นี้ เพราะแม่น้ำที่มีป่าเป็นแนวยาวไปสวยงามมากเกินจะกว่า
บรรยาย โดยเฉลี่ยแล้วแม่น้ำนี้กว้าง 600 ฟุตคดเคี้ยวผ่านภูเขาน้อยใหญ่ ความยาวส่วนใหญ่ของมันคือพรมแดนกั้นไทยกับลาว หมู่บ้านจำนวนมาก กระจายอยู่ห่างกันและอยู่สูงขึ้นไปเหนือระดับที่น้ำจะท่วมสูงสุดในฤดูที่น้ำลดชาวไร่จะ ถือโอกาสใช้ผืนทรายสีขาวที่เป็นขั้นบันใดทั้งสองฝั่งปลูกพืชและรดน้ำโดยใช้บัว ตรงไหนที่ไม่มีไร่จะมีฝูงควาย-ช้างอยู่แถวๆริมน้ำ ส่วนที่อื่นๆคนหาปลา กำลังเหวี่ยงแหจากฝั่งหรือจากเรือแคนูหรือกำลังตรวจดูกับดักปลา มีปลาดุกถึง 600 ปอนด์ในแม่น้ำแห่งนี้!


ในตอนบ่ายของวันแรกเรือของเรามุ่งไปปากเบงเมืองที่อยู่ห่างไกล ซึ่งมีเกสท์เฮ้าส์และร้านอาหารอยู่เหนือฝั่งน้ำกระจายอยู่ทั่วไป ผู้โดยสารบนเรือ ลำเดียวกันนี้ได้แยกย้ายกันเข้าพักในเกสท์เฮ้าส์ต่างๆกันไปมีตั้งแต่ ราคา 25 เซนท์ไปจนถึง 2 ดอลล่าร์ผมเลือกที่ราคา 2 ดอลล่าร์ห้องของผมมีเตียงใหญ่ พร้อมมุ้งกันยุง หลอดไฟขนาด 10 วัตต์ผนังของห้องทำด้วยไม้ไผ่บางพอๆ
กับกระดาษมีห้องน้ำ 2 ห้องอยู่ด้านนอกสำหรับทุกคนมีฝักบัวด้วย อาหารเย็น ภายใต้แสงเทียนราคา 90 เซนท์ของผมอร่อยมากเพราะได้เห็นน้ำโขง ยามที่พระอาทิตย์กำลังจะลับไป หลัง 3 ทุ่มเกสท์เฮ้าส์ของเราใช้เครื่องปั่นไฟ ของตนเองแต่เวลา 4 ทุ่มครึ่งมันก็ถูกปิดแล้วไฟทุกดวงดับหมด!
เราออกเดินทาง กันอีกครั้งเวลา 8 โมงครึ่งซึ่งทำให้ผมมีเวลาน้อยมาก ในการไปเที่ยวตลาดสดที่ซึ่งมีชาวเขาแต่งชุดพื้นเมือง เหมือนหลายๆแห่งในลาว มีเด็กๆทุกหนทุกแห่ง ที่ร้านหนึ่งผู้หญิงเจ้าของร้านให้มันหมูดิบแก่เด็กๆแล้วหล่อน ก็ง่วนอยู่กับการหั่นกระดูกหมู ผมได้หยุดดูพระสงฆ์ผู้นุ่งห่มผ้าเหลือง เดินเท้าเปล่าออกบินฑบาตรบนถนนเส้นเดียวของหมู่บ้านอย่างเงียบสงบ พวกผู้หญิงยืนเข้าแถวบนสองฟากของถนนค่อยๆ คุกเข่าลงไปใส่อาหารลงในบาตร พระสงฆ์ต่างเดินไปเป็นแถวและหันไปทั้งซ้ายและขวาเพื่อรับอาหาร ไม่มีการสนทนาใดๆ เมื่อพระสงฆ์รับอาหารครบทุกรูปแล้วท่านก็เข้าแถวสวดให้พร จากนั้นก็เดินขึ้นภูเขากลับไปวัด วันที่สองความสัมพันธ์ระหว่างผู้โดยสาร 10 สัญชาติก็แน่นแฟ้นขึ้น เมื่อการเดินทางสิ้นสุดลงเวลาไปเดินเที่ยวที่ไหน เราก็พบกันอีกมีความรู้สึกว่าเหมือนเพื่อนเก่ามาเจอกัน
เป็นเวลาหลายชั่วโมง กว่าเราจะถึงที่หมายภูมิศาสตร์เปลี่ยนไป เป็นภูเขาหิน ที่เรามักเห็นกันในภาพวิวของจีนในที่สุดเราก็มาถึงเมืองเล็กๆส วยงามเรียกว่าหลวงพระบางที่นี่แม่โขงกว้างใหญ่มากและบรรจบกับแม่น้ำคาน
เรายังคงอยู่ในภูเขาแ ต่หลวงพระบางตั้งอยู่เหนือน้ำและภูเขาเตี้ยๆตรงกลาง เมืองมีวัดตั้งอยู่บนยอดมองดูสวยงามด้วยพระธาติสีทองมันเป็นเมืองที่เล็ก จนใช้เวลาเพียง 4-5 ชั่วโมงก็เดินทั่วแล้วคุณสามารถเช่ารถจักรยานด้วยราคาเพียง 1 ดอลล่าร์ต่อวัน ขี่ไประยะสั้นนิดเดียวก็ออกนอกเมืองเข้าสู่ชนบทที่ซึ่ง เราจะเห็นชีวิตของคนลาว เมืองนี้และวัดวาอารามถูกขึ้นรายการของยูเนสโก้ ไว้ว่าเป็นมรดกโลกในปี 2538 อาคารต่างๆถูกอนุรักษ์ไว้หลายอาคารเป็น
สถาปัตยกรรม แบบอาณานิคมฝรั่งเศสของศตวรรษที่ 20 และ 30 เราเห็นแม้กระทั่ง รถซีโทรนสมัยปีพ.ศ 2481 วิ่งบนถนน! เนื่องจากว่ามีนักท่องเที่ยวบิน ไปเที่ยวกันมากขึ้นถนนหลายแห่งบางครั้งแน่นขัดไปด้วยผู้คน รถจักรยานยนต์, รถประจำทางและรถตู้ที่เสียงดัง ไม่เหมือนประเทศไทย, ที่นี่น้อยคนนักที่จะมีเงินซื้อ


สิ่งที่ไม่ควรพลาดไปชมในหลวงพระบางคือ
พระราชวังที่เล็กที่สุดในโลก

รถยนต์มาขับการจราจรลดลงยามค่ำคืนจนกระทั่งเวลา 4 ทุ่มถนนจะว่างเปล่า
ผมคิดว่ายังไม่มีสถานที่ใดๆที่ทำให้ผมประทับใจในความอบอุ่น ความมหัศจรรย์ ไปกว่านี้ผมคิดถึงและอยากจะกลับไปเหลือเกิน เวลา 3 สัปดาห์อันสั้นๆ ของผมทำให้เห็นประเทศเล็กๆที่มีประชากร 5.6 ล้านคน เพียงน้อยนิดมีคนพื้นเมือง 68 กลุ่มเนื้อที่ของประเทศน้อยกว่าของอังกฤษนิดเดียว (แต่จำนวนประชากรเป็น เพียง 8 % ของจำนวนประชากรของอังกฤษ)
ลาวเป็นประเทศที่มีการพัฒนา น้อยที่สุดแต่น่ามหัศจรรย์ ที่สุดในบรรดาอดีตรัฐทั้ง 3 ของฝรั่งเศสอินโดไชน่า จนกระทั่งปี 2489 มีชาวฝรั่งเศสไม่ถึง 600 คนในประเทศแต่อิทธิพลที่พวกเขาทิ้งไว้มีมากมาย เหลือคณา

ในสองวันที่เดินทางมาที่นี่การเห็นแสงทองสะท้อนวัดเชียงทอง ซึ่งเป็นวัดที่มีชื่อเสียงของหลวงพระบางทำความตื่นตา ให้พวกเรากันถ้วนหน้า การนั่งอยู่เหนือน้ำมองดูแสงทองส่องวัด 32 แห่ง การเห็นพระสงฆ์นุ่งผ้าเหลือง เดินเป็นแถว การเห็นเรือแคนูและเรือสินค้าล่องไปมา ในแม่โขง บันไดหิน ที่ขึ้นไปสู่วัดภูสีเชิญชวนให้พวกเราสำรวจเมืองแห่งเทพนิยายแห่งนี้ แต่ก็มีเรื่องที่จะต้องใส่ใจ-เช่นการหาที่พักยิ่งเป็นกลุ่มใหญ่ราคายิ่งถูก มีความปลอดภัยมากผมไม่มีความรู้สึกว่ามีอันตรายใดๆ หรือจะต้องระวังในเรื่องใด สำหรับนักท่องเที่ยวที่อยากประหยัดเข้าพักเกสท์เฮ้าส์ที่ใช้ห้องน้ำรวม เสียค่าใช้จ่ายที่ 6,000 กีบ ( 75 เซนท์ ) ต่อวัน ตามธรรมดาคนหนึ่งๆจ่ายราวๆ 10,000 ถึง 30,000 กีบผมกับเพื่อนตัดสินใจเข้าพักเกสท์เฮ้าส์ชั้นดีสร้างเสร็จใหม่ มีห้องน้ำในตัวและน้ำอุ่นที่ราคา 30,000 กีบ (3.75 ดอลล่าร์ ต่อคืน) คนๆหนึ่งสามารถเที่ยวชมที่ต่างๆภายใน 3-6 ชั่วโมงขึ้นอยู่กับความช้าเร็ว ของแต่ละคนผู้บริหารชาวฝรั่งเศสสมัยแรกเริ่มเรียกเมืองนี้ว่า “ที่อพยพของ นักฝันคนสุดท้าย”
ผมเห็นด้วยและไม่มีความสามารถบรรยายเสน่ห์ และบรรยากาศ ของสถานที่แห่งนี้ได้ ประชากรมีอยู่ 20,000 คนรวมหมดทั้งเมืองมี 70,000 คนประกอบด้วยชนพื้นเมืองและชาวเขาซึ่งเป็นชนกลุ่มน้อยการตั้งอยู่บนแหลม การมีแม่น้ำโขงและแม่น้ำคานและการอยู่ตรงละติจูด 700 เมตรทำให้ เมืองหลวงพระบางมีอากาศเย็นสบายน่าอยู่เป็นเมืองสำหรับการเดินโดยแท้จริง! มีร้านอาหารทุกรูปแบบ มีร้านขายงานฝีมือของท้องถิ่น พระที่กำลังเรียนเดิน ไปทุกหนทุกแห่ง-กางร่มสีดำหรือเหลืองทำให้เกิดการผสมสีขึ้นบริเวณนั้น เนื่องจากชาวเขาใส่ชุดของเผ่าที่เต็มไปด้วยสีสรรไม่เหมือนประเทศไทย, ที่ผู้คนใส่เสื้อผ้าแบบชาวตะวันตกเสื้อเชิร์ตกางเกงยีนส์, แต่คนที่นี่ส่วนใหญ่ใส่เสื้อผ้า
ประจำชาติผู้หญิงเกือบทุกคนใส่ผ้าถุงไหมหรือไหมปนฝ้ายยาวไปถึงข้อเท้า ทอด้วยดิ้นสีแดงหรือสีทองแบบเจดีย์ในวัดส่วนชาวเขาก็ใส่เสื้อผ้าของเผ่าตนเอง มีที่ประดับบนหัวซึ่งตกแต่งด้วยเงินแผ่นแบนๆคนเหล่านี้นำสินค้ามาด้วย ตะกร้าสองใบ ใบหนึ่งอยู่ด้านหน้าส่วนอีกใบหนึ่งอยู่ด้านหลังโดยใช้ไม้คานวางบนไหล่! มีรถจักรยานยนต์หลายคันวิ่งผ่านไปโดยแต่ละคันมีสาวน้อยแสนสวย และร่าเริงนั่งซ้อนท้ายปล่อยผมยาวให้ปลิวไปกับลม บางทีสิ่งนี้กระมังที่ช่วยอธิบายว่า ทำไมมันจึงเป็นเรื่องง่าย ที่จะหลงไหลในเสน่ห์ของหลวงพระบาง? เวลาประมาณ 6 โมงเช้าพระสงฆ์จะเริ่มเดินเท้าเปล่าออกมามือถือบาตรบ้างก็สีเงินบ้างก็สีทอง พวกผู้หญิงคุกเข่าลงใส่บาตรพระ
พระสงฆ์สวดอวยพรเป็นแห่งๆไปเป็นประสบการณ ์ที่น่าประทับใจ แต่มันมืดเกินไปที่จะถ่ายภาพ! การเดินทางและอาศัย อยู่ในประเทศลาว เหมือนกับการถอยกลับไปสู่เวลาแห่งมนต์ขลัง สถานที่แบบนี้หายากจริงๆ!

 


Complete Information Tecnology

Classic WW2 fighters in metal bas-relief.

 

Good Morning Lanna Publishing Company Limited.
Unit 119, 2nd Floor, Airport Business Park, 90 Mahidol Rd, A.Muang, Chiangmai 50100
Tel 053 203435 E-mail:gmorning@loxinfo.co.th
Copyright ฉ 2002, Good Morning Lanna Publishing All Rights Reserved : Developed by