| A NICE PLACE TO BREATH THE FRESH AIR

วังเวียง, เมืองแห่งความสวยงามตามธรรมชาติเป็นรีสอร์ท และจุดหมาย ของนักท่องเที่ยวแห่งใหม่ในชนบทนอกเมืองเวียงจันทน์
โปรแกรมที่พาพนักงานไปเที่ยว 3 วันในวันหยุดรวมถึงการไปเที่ยว ประเทศลาวที่ซึ่งมีความตื่นเต้นมากและมีความผิดหวังน้อยนิด เราเริ่มต้นกันแต่เช้า พกอาหารแบบอีสานไปด้วยคือข้าวเหนียวกับหมูปิ้ง จุดหมายของเราในลาว คือเมืองเวียงจันทน์, วังเวียงและเขื่อนน้ำงำ เราออกจากขอนแก่นไปอุดรธานี จากนั้นไปหนองคายซึ่งเป็นจังหวัดชายแดนที่อยู่ระหว่างประเทศไทยและลาว เราหยุดพักกันที่สำนักงานท่องเที่ยวทองวิเศษเพื่อพบกับอาทิตย์ ทอง วิเศษผู้ซึ่งเป็น ผู้จัดการทัวร์พร้อมด้วยไกด์ 2 คนซึ่งได้จัดการเดินทาง, วีซ่า, ใบผ่านชายแดน และขั้นตอนต่างๆที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองไปประเทศลาวให้แก่เรา 19 คน จากจุดนั้น เราข้ามแม่น้ำโขงผ่านสะพานมิตรภาพไทย-ลาวไปถึงด่านศุลกากรและด่าน ตรวจคนเข้าเมืองขณะที่เรากำลังรอกระบวนการทางเอกสารอยู่นั้นผู้นำเที่ยว อินโดไชน่า อยู่นั้นผู้นำเที่ยวอินโดไชน่าจากประเทศลาวก็เดินทางมาถึงนำโดย ไกด์สาวชาวลาว 2 คนซึ่งแต่งชุดประจำชาติ ชื่อหวานและนกพวกเขามา ทักทายและต้อนรับเราอย่างสุภาพเป็นความน่าประทับใจ ครั้งแรกที่จุดตรวจ ชายแดน ขั้นตอนทางเอกสารใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมงหลังจากนั้น เราก็ออกเดินทางไปยังเวียงจันทน์ ที่ไกลออกไป 20 กิโลเมตรสถานที่แห่งแรกที่เราไป คือวัดเจ้าแม่ศรีเมืองซึ่งเป็น ที่นับถือกันอย่างมากในเมืองหลวงแห่งนี้เราไหว้ พระเพื่อโชค, ความสำเร็จและความ เจริญกันถ้วนหน้าเรารับประทานอาหารกลางวัน
ที่ร้านอาหารซึ่งเป็นศูนย์วัฒนธรรมด้วยที่นั่นเรารับประทานแบบบุฟเฟ่ท์ และได้ชมการฟ้อนรำประกอบดนตรีของลาวช่วงที่กำลังชมการฟ้อนอยู่นั้นเจ้าบ้าน ได้เชิญให้เราออกไปรำวง แบบไทย
เราอร่อยกับอาหารและสนุกกับการฟ้อนรำมากโดยมีดนตรีบรรเลง อยู่ตลอดก่อนหน้าที่เราจะเดินทางไปชนบทและเมืองวังเวียง ตลอดการเดินทาง เราได้รับการดูแลความปลอดภัยจากตำรวจท่องเที่ยวกัปตัน อำไพ อินทะปัญญา เราเล่นเกมส์, ดื่มเบียร์ลาวและร้องเพลงลูกทุ่งของไทยระหว่างการเดินทางผ่าน ทุ่งข้าว, เขาสูง,ป่าเขียวและที่ราบต่ำผ่านถนนคดเคี้ยวที่นำเราขึ้นและลง เขาผ่านน้ำตก,ลำคลอง,แม่น้ำและพื้นที่ป่าซึ่งยังคงอุดมไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติ มากมายอยู่ถนนหมายเลข 13 นำเราจากเวียงจันทน์ไปยังวังเวียง 165 กิโลเมตร ใช้เวลา 3 ชั่วโมง จากวังเวียงสามารถเดินทางไปยังเมืองกาสี และหลวงพระบาง เมืองมรดกโลกซึ่งอยู่ทางตอนเหนือของลาวได้ เราไปถึงวังเวียงเวลา 4 โมงเย็น และเข้าพักที่โรงแรมภูอ่างคำ เราพักผ่อนกันชั่วครู่แล้วจึงออกไปรับประทาน อาหารเย็นริมแม่น้ำชื่อน้ำทรงอันเป็นที่ที่น่ารื่นรมย์ มีความสวยงามตามธรรมชาต ิแลอากาศบริสุทธิ์ ที่นั่นไม่ได้มีแต่กลุ่มเรา แต่มีนักท่องเที่ยวจากญี่ปุ่น, อเมริกาและยุโรปอีกด้วยพวกเขาก็กำลังเพลิดเพลินไปกับบรรยากาศที่วิเศษนั้น วังเวียงเป็นเมืองสำหรับการผ่อนคลาย, การหายใจเอาอากาศสดชื่นและการพักผ่อน อย่างแท้จริงในชนบทของโลกที่สาม

การไปเที่ยวที่วังเวียงคุณไม่ควรพลาดไปชมถ้ำช้างในภูเขา หรือการ นั่งเรือหรือแพไปตามลำน้ำทรงระยะทางเพียง 1 กิโลเมตรจาก ศูนย์กลางของเมือง ริมฝั่งน้ำทรงมีภูเขาสวยงามมากมายที่นี่แหล่ะที่นักท่องเที่ยว นั่งในร้านอาหารริมน้ำ ดูน้ำทรงไหลและภูเขาสวยบนทางขึ้นไป ถ้ำช้างมีสะพานลอยทอดผ่านแม่น้ำ มีหมู่บ้าน ที่ทำฟาร์มออแกนิค ใกล้ๆกันนั้นมีชง่อนผาเรียกว่าผาเต่าและถ้ำจังรีสอร์ท
มีนักท่องเที่ยวจากประเทศจีน, ไทยและยุโรปมาเที่ยววังเวียงมากขึ้นดังนั้น โรงแรมที่มี 38 ห้องจะถูกจองหมดในวันเสาร์และอาทิตย์ ภูสามผู้จัดการ ของโรงแรมภูอ่างคำกล่าว จะมีนักท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้นอีกในช่วงฤดูท่องเที่ยว ในหน้าหนาวคือจากเดือนธันวาคมถึงเดือนเมษายนของแต่ละปีเรารับประทาน อาหารมื้อเย็นที่ร้านอาหารซันเซ็ทบนฝั่งแม่น้ำทรง เราได้รับประทานปลา จากแม่น้ำและอาหารทำมาจากผลิตผลของป่าตามด้วยผลไม้พื้นบ้านแสนอร่อย เป็นมื้อที่น่าจดจำ !
หลังอาหารเราเดินเที่ยวกลางคืนที่มินิไนท์บาซ่าร์เราเดินชมอาหาร และเครื่องดื่มพื้นเมืองของลาว, ผับและบาร์, ร้านขายของที่ระลึก, ผ้าไหม, ร้านนวด, ร้านอินเทอร์เนทและสินค้าพื้นเมืองอีกมากมาย มีอาหารหลากหลายให้ทดลอง ชิมรวมทั้งข้าวหลามและไก่ทอดเรากลับดึกจนหลับไม่ลงในคืนแรก ทั้งๆที เหนื่อยอ่อนจากการเดินทางไกลแต่เราก็ยังรู้สึกสดชื่น ขณะที่อยู่ในวังเวียง ซึ่งเป็นเมืองที่เราประทับใจมาก เช้าตรู่ของวันรุ่งขึ้นเรารับประทานอาหารเช้า แบบอเมริกันกับข้าวต้ม ณ ที่เดิมแต่ครั้งนี้เจ้าของสถานที่คือคุณ ถาวรสุข ให้ความบันเทิงแก่เราด้วยกีต้าร์พร้อมเพลงพื้นบ้านและเพลงของนักร้อง ที่มีชื่อเสียงก้องโลกเอลวิสเพลสลี่ย์ ตอนสายเราไปถ้ำช้างที่อยู่สูงขึ้นไป 150 ขั้นบันได จากหน้าถ้ำมองไปจะเห็นวิวสวยของวังเวียง, แม่น้ำทรง, ร้านค้า, อาคารบ้านเรือน และนาข้าวขณะที่เรากำลังสำรวจถ้ำมีน้ำหยดลงมาจากเพดาน แล้วไหลไปที่หิน
ทำให้เราเย็นสบายแสงไฟช่วยทำให้เราเห็นหินงอกหินย้อย
ไกด์ท้องถิ่นอธิบาย แต่ละจุดในถ้ำและประวัติความเป็นมาเกี่ยวกับถ้ำให้เราฟัง เราใช้เวลาที่นั่น 1 ชั่วโมง

ยิ่งสำรวจลึกเข้าไปยิ่งได้ความรู้เพิ่มขึ้น การไปเที่ยววังเวียงเป็นการผ่อนคลาย มากทำให้เราได้สัมผัสภูเขา, ถ้ำและ แม่น้ำซึ่งสวยงามตามธรรมชาติ วังเวียง เป็นทั้งหมู่บ้านและอำเภอที่ตั้งอยู่นอกเมืองหลวง ตั้งอยู่ในบริเวณเดียวกันกับ รีสอร์ทต่างๆที่ล้วนแต่สวยตามธรรมชาติทั้งสิ้น เราออกจากวังเวียงมุ่งไปยัง เขื่อนน้ำงำห่างจากเวียงจันทน์มาประมาณ 80 กิโลเมตร เป็นจุดที่นักท่องเที่ยว นิยมมามากที่สุดในตอนเหนือของเวียงจันทน์ ชาวบ้านใช้ชีวิตอยู่กันแบบดั้งเดิม เหมือนเมื่อ 50 ปีที่แล้วเขื่อนแห่งนี้ ผลิตกระแสไฟฟ้าให้ลาวและขายให้ไทย ด้วยเป็นเขื่อนที่ใหญ่และมีกำลังผลิตมากเราได้ส่องกล้องดูเกาะเต่าและเกาะนาง บนหอดูดาวที่อยู่ตรงใจกลางของทะเลสาบขณะที่เรากำลังนั่งเรือเที่ยว เราได้ฟังเพลงคาราโอเกะ, ได้รับประทานปลาและอาหารพื้นบ้านตามด้วยผลไม้ มื้อกลางวัน, และเบียร์ลาวด้วยตำรวจท่องเที่ยวบอกเราว่านักท่องเที่ยว 70 เปอร์เซ็นต์เป็นคนไทยที่เหลือ จะเป็นชาวฝรั่งเศส, เวียตนาม, อเมริกันและอื่นๆ
มีนักท่องเที่ยวมาประเทศลาวมากขึ้นเนื่องจากมีการรณรงค์ ส่งเสริมการท่องเที่ยว, มีการประชุมมากมายเกิดขึ้นในเวียงจันทน์ เช่น การประชุมอาเฃี่ยนซัมมิทและการส่งเสริมการท่องเที่ยวด้านอื่นๆ ของรัฐบาลลาว
เรากลับถึงเวียงจันทน์ในตอนบ่ายใกล้เย็นเพื่อค้างอีกหนึ่งคืน ในลาวที่เราไม่มีวันลืม!
|